Soc Building

สังคมก้มหน้าปัญหาที่รอวันแก้

สังคมก้มหน้าคือ สังคมคนที่ไม่สนใจผู้คน สนแต่กิจกรรมบนมือถือ computer อื่นๆ ทุกมิติทุกอิริยาบถ ไม่ง่ายอย่างที่คิดว่าเมื่อเทคโนโลยีเข้าถึง สะดวก ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร ทำให้สังคมใกล้ตัวเกิดปัญหา ที่ขาดความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว สมาธิสั้น ไม่ใส่ใจสนใจคนอยู่ข้างหน้า แต่กลับไปให้ใครที่มาตามสาย ตาม Line มามีอิทธิพล เวลาในปัจจุบันทันที ทั้งๆ ที่กำลังอยู่กับหัวหน้า ลูกน้อง สามี ภรรยา ลูกๆ เพื่อนฝูง อื่นๆ

เราเกิดในยุดใดๆ baby boomer เกิด 2489-2508, Gen X เกิด 2508-2522, Gen Y เกิด 2523-2540, Gen M เกิด 2541 เป็นต้นไป ผู้เขียนจำฝรั่งมาเท่าที่ศึกษา ยอมรับร่วมกันจากงานวิจัยนี้วิเคราะกันว่า Gen Y กับ Gen M มีปัญหาสังคมก้มหน้ามากที่สุด อธิบายเพิ่มคือยุค Baby Boomer เป็นยุคที่มีชีวิตเพื่อการทำงานเกิดหลังสงคราม ประหยัด รอบคอบ อดออม ไม่ใส่ใจเทคโนโลยีมากเกินสังคม

Gen X หรือ Extraordinary Generation ให้ความสำคัญกับชีวิตที่สมดุล ไม่ค่อยพึงพาเทคโนโลยีจนเกินพอดี ชอบความสัมพันธ์กับครอบครัว สังคม ต่อสู้ มุ่งมั่น รักความก้าวหน้า

Gen Y หรือ Why Generation โตมาพร้อมเทคโนโลยีเบ่งบาน computer เริ่มพัฒนามีคุณภาพการใช้งาน รักความก้าวหน้า ชอบแสดงออก เป็นตัวของตัวเองสูง ชอบถามหาเหตุผลในมิติดั่งเดิม ชอบเปลี่ยนแปลง ติดเทคโนโลยี พึงพาชีวิตกับเทคโนโลยีในเกือบทุกมิติ

Gen M หรือ Millennium Generation ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เกิดมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยุคนี้จะถูกสั่งสอนเรื่องความเลวร้ายของสิ่งที่ยุคต่างๆ ทำผิดพลาดมา ยาเสพติด สุรา พฤติกรรมรุนแรง เอดส์ เป็นยุคความหวังจะสอนให้มีระเบียบการใช้เทคโนโลยี เป็นยุคเรียนรู้เร็ว และเป็นตัวของตัวเองสูง

ยุคนี้ติดเทคโนโลยีสูงมากและขาดวิจารณญาณในการใช้

ที่ร่ายยาวมาก็เพื่อจะให้ทราบว่าการเกิดมาในยุคใดสมัยใด เราขับเคลื่อนเรื่องของเทคโนโลยีอย่างเต็มกำลัง สำคัญที่สุด การไม่เรียนรู้ถึงการป้องกันและแก้ไขไม่นับเนื่องเรื่องการรับสัญญาณโทรศัพท์ที่มีผลต่อสุขภาพหรือไม่ แต่ที่เรื่องปวดหัวในสังคมโลกคือเราไม่มีกฎกติกา มารยาทสากลเพียงพอที่จะมายึดโยงใช้ในมารยาทสากลในที่ทำงาน สถานที่ราชการ สถานศึกษา สถานที่สาธารณะ แม้ยามอยู่ในงานวาระต่างๆ กับคนในครอบครัว สร้างกฎสังคมชนิดใครทำเสียมารยาทกันดีไหม แต่ผู้เขียนพบเห็นห้องประชุมหลายแห่งที่กากบาท โทรศัพท์มือถือ (ห้ามใช้) บางที่ computer ถูกห้ามด้วย ร้านอาหารหลายร้านยังมีอยู่น้อยมากที่ห้าม

สรรพสิ่งมีสองด้านเสมอ ข้อดีเทคโนโลยีก็มากมาย ทำให้ชีวิตง่ายต่อการประสานติดต่อเชื่อมโยง ทางธุรกิจธุรกรรมการค้า การจัดการส่งข้อมูลข่าวสาร การส่งผ่านการติดต่อประสานงานในระดับประเทศและระดับโลก ทำชีวิตในทุกด้านให้ง่ายต่อการทำงานติดต่อเชื่อมโยง การป้องกันภัยพิบัติที่เกิดขึ้น การใช้ป้องกันอาชญากรรม การใช้นำเส้นทาง การใช้ศึกษาหาความรู้ ใช้สำหรับสาระบันเทิงนานาประการ

แต่ข้อเสียหากใช้เกินตัวไปไหน ก้มหน้าก้มตาใช้ ทั้งงาน ประชุม สนทนา นั่งรถ กินข้าว อยู่กับใคร ใช้ทั้งหมด อยู่กับใครก็ก้มๆ เงยๆ เป็นโรคติดโทรศัพท์อย่างหนัก สิ่งนี้ต้องระวังอย่างมาก

จึงถามว่าถึงเวลาสังคมจะเริ่มออกกฎระเบียบกติกากันบ้างหรือยัง

วาระที่สภาเดียว ง่ายต่อการออกกฎหมายกฎระเบียบ เรื่องเล็กๆ ที่ดูไม่น่าจะต้องสำคัญเป็นข้อตระหนักที่สำคัญ สักวันมันจะกัดเซาะบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจนน่าตกใจ

หลายองค์กรตระหนักแล้ว แต่หลายที่หัวหน้าขอความร่วมมือ เชิญชวนให้ถือเป็นการผิดมารยาทหากต้องใช้เทคโนโลยีในห้องสัมมนา ห้องเรียน ห้องประชุม การสนทนาอย่างเป็นทางการทุกระดับ ไม่เดินส่งข้อความทางโทรศัพท์ อุบัติเหตุเกิดง่ายมาก มีเขตแบ่งที่ให้ใช้โทรศัพท์ในที่ดั่งคนสูบบุหรี่

พ่อแม่สามีภรรยาควรเป็นตัวอย่างลูกหลาน บางครอบครัวก่อนทานข้าว หลังทานข้าว ก้มหน้ากับจอโทรศัพท์ ไม่ค่อยคุยกัน ทำให้เสียความสัมพันธ์ในครอบครัว

ฝากถึงสังคมไทย ผู้ใหญ่สำคัญมาก บารมีที่กำลังคืนความสุขให้คนไทย

1.สังคมให้ความสำคัญกับเรื่องการก้มหน้ากับมือถือ computer ต้องตระหนักในการใช้สื่ออย่างพอดี ใช้มากมึนหัว ตาลาย สมองเครียด รณรงค์ดั่งการสูบบุหรี่-ดื่มเหล้า ใช้มือถือแต่พอดี ชีวีสดใส

2.วางมาตรการการใช้สื่อมีเดียต่างๆ ให้ใช้ถูกต้อง ถูกสถานที่ ถูกเวลา อยู่ต่อหน้าผู้อื่นแม้จะอยู่กับใครเล็กใหญ่ต้องให้เกียรติ คนโทร.มา ติดต่อกลับไปภายหลัง

3.ในรถเป็นกฎหมายแล้ว รอเวลาเดิน ก้มหน้าพิมพ์สนทนา หากอยู่คนเดียวในที่ใดๆ ตามสบาย แต่อยากให้เงยหน้ามองมนุษย์อยู่รอบท่านบ้าง ฟ้าสวย แดดใส ของทานอร่อย บรรยากาศร้านดี นี่คือสังคมมนุษย์

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นที่น่าตกใจของการพบเห็น คนนั่งในสถานที่ทั่วไป ก้มหน้ามากกว่าครึ่ง มองหน้า สบตา ยิ้มแบบมิตรภาพหายจากคนรอบข้าง ไปส่งยิ้มกับใครคนแดนไหน

เงยหน้ามองฟ้า ก้มหน้ามองดิน ส่งยิ้มให้คนรอบข้าง จินตภาพกับสิ่งน่าสนใจรอบตัว อยู่กับใครๆ อย่างมีคุณภาพ ชีวิตไม่ยาว ให้ความสำคัญกับที่อยู่หน้า เมื่อว่างจากคนอยู่ต่อหน้าไปหาคนที่อยู่ในเครื่องสี่เหลี่ยมได้อย่างมีสติและสบายใจ ใครอยู่ที่ไหน โทร.หาใครโปรดอย่ารำคาญและอารมณ์เสียยามคนที่เราโทร.หาไม่รับโทรศัพท์

ถามตัวเองดูดีๆ ที่เราไปดูอะไรหลายที่ที่ถ่ายไว้นำกลับมาดูกี่ภาพ พิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นหลายที่ห้ามถ่ายรูป เขาแจ้งว่าไม่ได้หวงแต่อยากให้ดูด้วยตาอย่างมีความสุข ซึมซาบของสูงค่าด้วยตาและจิตวิญญาณท่าน

ฝากถึงทุกวัย ทุกตำแหน่งหน้าที่ ทุก Generation ทุกครั้งที่จะใช้โทรศัพท์ เทคโนโลยี ท่านกำลังทำอะไรอยู่ อยู่กับใครที่ไหน ทำไม แบ่งเวลากับผู้ติดต่อมา เมื่อถึงเวลาเหมาะสม สังเกตให้ดีคนมีมารยาทที่ดีจะไม่ใช้โทรศัพท์ต่อหน้าคู่สนทนาท่านในทุกระดับ หากต้องใช้จะขอโทษและแจ้งปลายสายแล้วโทร.กลับ คนไทยมีมารยาท แต่บางทีลืมว่าเรื่องนี้เสียมารยาท

Gen ไหนๆ ผู้น้อยผู้ใหญ่ ขอให้มีสติการใช้สิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยี คืนความสุขให้คนรอบข้าง สร้างวัฒนธรรมใหม่ในสังคมไทย ไม่เป็นสังคมก้มหน้า สร้างปัญหากับความสัมพันธ์ กลับมามองหน้า สบตา ยิ้ม พูดคุย อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับผู้ที่อยู่ต่อหน้าทุกมิติ ทุกการเจรจาคืนความสุขให้กันและกัน เรื่องนี้ดูไม่เป็นปัญหาทางสังคมแต่เป็นปัญหาทางจิตวิทยา หาแนวทางแก้ปัญหา ออกกฎ กติกา ก่อนจะเกิดภาวะเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก

ที่มา: ชลวิทย์ เจียรจิตต์ : สังคมก้มหน้าปัญหาที่รอวันแก้ (มติชนรายวัน 4 กันยายน 2557)

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้ 63

เมื่อวานนี้ 155

สัปดาห์นี้ 646

เดือนนี้ 3509

รวมทั้งหมด 9665

สถานที่ติดต่อคณะสังคมศาสตร์

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ 114 ถนนสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ 02-649-5000 ต่อ 15589 โทรสาร 02-664-4214

ปรัชญา
สร้างความรู้คู่คุณธรรม นำปัญญาพัฒนาสังคม
ปณิธาน
คณะสังคมศาสตร์มุ่งหวังที่จะผลิตพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความรอบรู้ในวิชาการ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีความรับผิดชอบ สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่สังคม
วิสัยทัศน์
องค์กรแห่งการเรียนรู้ บูรณาการความรู้สู่ชุมชน โดยอาศัยความร่วมมือจากองค์กรภายนอก