ประชาสัมพันธ์ "วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น" คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้จัดทำวารสารนิติศาสตรืและสังคมท้องถิ่น เพื่อเป็นการรวบรวมเผยแพร่บทความวิชาการด้านนิติศาสตร์สู่สาธารณะ โดยมีกำหนดเผยแพร่เป็นรายครึ่งปี ปีละ 2 ฉบับ ในการนี้ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนท่านที่สนใจส่งผลงานเข้าร่วมตีพิมพ์ลงในวารสารดังกล่าว โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://e-journal.sru.ac.th

Attachments:
Access this URL (http://research.swu.ac.th/file_new/1189_1.pdf)1189_1.pdf[ ]587 kB

คำอธิบายการกรอกข้อมูลใน template (เป้าหมาย 1-3)

เนื้อความ :
ส่วนที่ 1 คำอธิบายการกรอก template
1. คำอธิบายการกรอกแบบเสนอแผนบูรณาการ (Integrated Research Program)
2. คำอธิบายการกรอกแบบเสนอชุดโครงการวิจัย (Research Program)
3. คำอธิบายการกรอกแบบเสนอโครงการวิจัย (Research Project)

ส่วนที่ 2 เอกสารเพิ่มเติม
4. (ร่าง) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 12)
6. ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติรายประเด็น (45 เรื่อง)
7. อุตสาหกรรมและคลัสเตอร์เป้าหมาย
8. ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
9. ข้อกำหนดสำหรับข้อเสนอการวิจัยที่มีการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ฯ
10. แนวทางจริยธรรมการวิจัยในคน และที่เกี่ยวข้องกับคน
11. ข้อกำหนดสำหรับข้อเสนอการวิจัยในคนฯ
12. แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ สำหรับการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่

ดาวน์โหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้อง :
1.การกรอก-templateIntegratedProgram(แผนบูรณาการ).pdf
10.แนวทางจริยธรรมการวิจัยในคน.pdf
11.ข้อกำหนดสำหรับข้อเสนอการวิจัยในคน.doc
12.แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety ปี62).pdf
2.การกรอก-templateResearchProgram(ชุดโครงการวิจัย).pdf
3.การกรอก-templateResearchProject(โครงการวิจัยและโครงการภายใต้ชุดโครงการวิจัย.pdf
4.(ร่าง)ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี .pdf
5.ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศฯ(ฉบับที่12) .pdf
6.ยุทธศาสตร์ของชาติรายประเด็นปี62.rar
8.ประกาศคณะกรรมการำกับฯต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์.pdf
9.ข้อกำหนดสำหรับข้อเสนอที่มีการใช้สัตว์(62).doc

ลิงค์ประกาศข่าว http://www.nrms.go.th/NewsEventDetail.aspx?nid=2127
ข่าว : ประกาศจากกองมาตรฐานการวิจัย
วันที่ประกาศข่าว : 21 ก.ย.60
ประกาศโดย : (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 21 ก.ย.60)

Attachments:
Download this file (File210960.zip)File210960.zip[ ]11999 kB

เอกสารดาวน์โหลดจากการประชุมคณะอนุกรรมการฯ

เอกสารดาวน์โหลดจากการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารงานวิจัยเงินรายได้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ครั้งที่ 1/2560 เกี่ยวกับข้อมูลหรือเอกสารอ้างอิงเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย งบรายได้แผ่นดิน ปี 2562 ประกอบด้วย

1. (ร่าง) ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี (2560-2579 ) อัพเดท 11 กันยายน 2560
2. สรุปเป้าหมายและสรุปร่างยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี


ไฟเขียวยุทธศาสตร์ 20 ปี เร่งตั้งสภาวิจัยและนวัตกรรมใน 3 เดือน

“บิ๊กตู่”เคาะยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม 20 ปี สั่งเร่งตั้งสำนักงานสภาวิจัยและนวัตกรรม สังกัดสำนักนายกฯภายใน 3 เดือน ย้ำนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวนช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม 20 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2579 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญคือ ยุทธศาสตร์แรก การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 3 การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานของประเทศ และยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ระบบวิจัย และนวัตกรรมของประเทศมีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น การเพิ่มสัดส่วนงบประมาณสำหรับการวิจัยจากปี 2558 อยู่ที่สัดส่วน 0.62% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มเป็น 2%ในปี 2579 ขณะที่สัดส่วนนักวิจัยจะเพิ่มจากปัจจุบันที่ 13.6 คนต่อประชากร 10,000 คน เพิ่มเป็น 60 คนต่อประชากร 10,000 คน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง มีการนำผลวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาทั้งด้านสังคม และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ ต้องการเห็นการขับเคลื่อนเกิดขึ้นภายในปี 2560 นี้ ถือเป็นงานจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ จึงสั่งการให้จัดตั้งสำนักงานสภาการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดยในระยะแรกให้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญทางด้านระบบวิจัยและนวัตกรรม ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา เข้ามาเป็นที่ปรึกษา

สำหรับการดำเนินงานของสำนักงานสภาการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ในระยะแรกให้มีการสังเกตการณ์และประมวลผลการทำงานเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงานของสำนักงานฯ เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการดำเนินงานของสำนักงานในระยะที่ 2 ว่าจะดำเนินงานในรูปแบบใดต่อไป และนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าปัจจัยหลักที่ต้องพัฒนาเป็นอันดับแรกคือ คน เพราะในทุกระบบล้วนต้องมีคนเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศจะเดินหน้าหรือหยุดอยู่กับที่ล้วนมีคนเป็นตัวแปรสำคัญ

ด้านนายกิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมชาติ (สวทน.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการภายใต้สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมี สวทน.และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นเลขานุการร่วม ได้ดำเนินการประชุมหารือและประชุมเชิงปฏิบัติการ รวมถึงได้จัดประชุมประชาพิจารณ์ร่างยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี ไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยฝ่ายเลขานุการร่วมได้ปรับแก้รายละเอียดของร่างยุทธศาสตร์ฯดังกล่าว ตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมต่างๆ และได้นำเสนอร่าง ยุทธศาสตร์ฯต่อที่ประชุม สวนช. โดยที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการของ ร่างยุทธศาสตร์ฯดังกล่าว และเสนอให้เพิ่มเติมในส่วนของยุทธศาสตร์ด้านดิน น้ำ และป่าไม้ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันภัยธรรมชาติ และการรับมือกับด้านเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ครอบคลุมการทำงานในทุกมิติ

ขณะเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้เลขานุการร่วม สวนช. หาวิธีการจัดสรรงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมกระจายลงในแต่ละภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจใช้รูปแบบการจัดสรรงบประมาณโดยการจัดตั้งกองทุนว่าด้วยเรื่องวิจัยและนวัตกรรม และการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ.

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 21 ก.ย. 2560 

ก.พ.อ.เปิดช่องขอตำแหน่งวิชาการมากขึ้น

ก.พ.อ.เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งในตำแหน่งวิชาการ “หมอธี”ชี้หลักเกณฑ์ใหม่เปิดกว้างขอได้ 4 ประเภท มีผล 1 ปี นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลดผลกระทบ

วันนี้ ( 4 ก.ย. 2560) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เมื่อเร็ว ๆนี้ ได้มติเห็นชอบ ร่างประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ และ ร่าง มาตรฐานกำหนดตำแหน่งวิชาการที่ ก.พ.อ.กำหนด ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยหลักเกณฑ์ใหม่จะมีมาตรฐานเข้มมากขึ้น เปิดช่องทางให้มีการจัดทำตำแหน่งทางวิชาการหลากหลาย เพื่อต้องการให้ผลงานทางวิชาการมีความทันสมัยกับโลก เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ สอดรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ที่สำคัญสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตลอดจนคำนึงถึงความแตกต่างของสถาบันอุดมศึกษาและบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งสายวิทยาศาสตร์และสายสังคมศาสตร์

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเภทการขอตำแหน่งผลงานทางวิชาการใหม่จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ1.งานวิจัย 2.ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น มี 9 ประเภท คือ ผลงานวิชาการเพื่ออุตสาหกรรม ผลงานวิชาการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ผลงานวิชาการเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะ กรณีศึกษา งานแปล พจนานุกรมหรือสารานุกรมหรือนามานุกรมหรืองานวิชาการในลักษณะเดียวกัน ผลงานสร้างสรรค์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลงานสร้างสรรค์ด้านสุนทรียะศิลปะ สิทธิบัตร และซอฟต์แวร์ 3.ผลงานวิชาการรับใช้สังคม และ4.ตำรา หนังสือ และบทความทางวิชาการ ทั้งนี้เพื่อให้การปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่มีผลกระทบน้อย จะประกาศให้ใช้บังคับหลักเกณฑ์ใหม่หลังจาก 1 ปี นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ดังนั้น ผู้ที่ต้องการส่งผลงานทางวิชาการโดยใช้หลักเกณฑ์เดิมก็ยังคงสามารถเสนอขอรับการประเมินได้ในภายในช่วงเวลาก่อนประกาศใช้

ที่มา https://www.dailynews.co.th/education/596129